วิธีบรรเทาอาการปวด การนวดแก้ปวดหลังที่สามารถทำเองได้

คนที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะเป็นเวลานาน ๆ บ่อยครั้งเข้าก็มักจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดหลังขึ้นได้ บางคนก็พึ่งยาแผนปัจจุบันที่หาซื้อตามร้านขายยาทั่วไปมาช่วยรักษาอาการ แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่หันไปใช้บริการ “นวดแผนโบราณ” ซึ่งนอกจากจะนวดเพื่อผ่อนคลายแล้ว ยังมีการนวดเพื่อบำบัดรักษาอาการปวดได้อีกด้วย

โดยทั่วไปอาการปวดที่ต้องนวดบำบัดรักษามี 2 ระบบด้วยกัน คือ ปวดกล้ามเนื้อ บริเวณที่พบบ่อย คือ คอ บ่า ไหล่ หลัง และปวดข้อ บริเวณที่พบบ่อย คือ ต้นคอ ข้อไหล่ ข้อตะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า

สำหรับอาการปวดหลังนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการนั่งทำงานนาน ๆ แบบไม่ค่อยได้ขยับตัว ก็จะปวดหลังแถวบริเวณบ่า รวมทั้งการนั่งเก้าอี้ที่ไม่สมดุล โยกเยกได้ เพราะเมื่อนั่งทิ้งน้ำหนักไปเต็มที่ร่างกายของเราจะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนั้นร่างกายจะพยายามปรับให้ตรงจึงต้องมีการดึง ซึ่งการดึง การเกร็งตัวจะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ รวมไปถึงอาการปวดหลังที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น มอเตอร์ไซค์ล้ม ตกบันได ก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ทั้งสิ้น

“อาการปวดหลังสามารถรักษาให้หายได้โดยการนวด วิธีแรกสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยจะต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า นมไม้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการนวดตนเองได้ ท่าที่ใช้นวด คือ ให้นอนหงาย ตะแคงข้างเล็กน้อยแล้วนำนมไม้สอดเข้าไปบริเวณหลังที่ปวดแล้วค่อย ๆ เอนหลังทับนมไม้ จากนั้นชันเข่าข้างที่ปวดหลังขึ้น ทำอย่างนี้ค้างไว้อึดใจหนึ่ง จากนั้นค่อยขยับนมไม้ไปทีละจุด ๆ เหมือนกับการนวดด้วยมือ แต่การนวดด้วยมือที่บริเวณหลังผู้ต้องการนวดไม่สามารถทำได้เอง จำเป็นต้องใช้นมไม้เป็นอุปกรณ์ช่วยนวด ข้อระวังในการใช้นมไม้นวดหลัง คือ อย่าวางนมไม้บริเวณแนวกระดูกสันหลังเพราะอาจทำให้อาการปวดหลังเป็นมากกว่าเดิมเพราะร่างกายจะกดทับลงมาทั้งหมด”

วิธีต่อมาคือ ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์นมไม้ สามารถใช้ลูก ๆ หลาน ๆ อายุไม่เกิน 10 ปี ร่างกายปกติไม่อ้วนเกินไป หรือเด็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม เพราะถ้าน้ำหนักมากกว่านี้จะทำให้หลังรับน้ำหนักมากเกินไปอาจทำให้มีอาการปวดมากกว่าเดิมได้ วิธีการนวด คือ ผู้ต้องการนวดนอนคว่ำแล้วให้เด็กขึ้นไปเดินบนแผ่นหลังโดยเดินขนานกับกระดูกสันหลังทั้ง 2 ข้าง เดินขึ้น-ลง สลับกันไป ทำอย่างนี้ประมาณ 10 นาที ซึ่งวิธีนี้ก็จะช่วยทำให้เส้นคลายตัว ลดอาการปวดหลังได้

ในกรณีที่มีผู้นวดให้ จะใช้วิธีการนวดแบบราชสำนัก เพราะเป็นวิธีการนวดที่ปลอด ภัย มีจุดกดที่ชัดเจน วิธีการนวดคือ ให้ผู้ต้องการนวดนอนตะแคงแล้วกดจุดกดลงไปที่หลัง ตะโพก และขาด้านใน เป็นจุดหลัก แต่ก่อนที่จะนวดกดจุดเฉพาะ ผู้นวดจะนวดท่าพื้นฐานก่อน

ซึ่งวิธีนวดแบบนี้จะเป็นการคลายกล้ามเนื้อโดยรอบให้เลือดไปเลี้ยงได้ดีขึ้น อาการปวดหลังก็จะดีขึ้นด้วย เพราะว่าเลือดมีความร้อนส่วนหนึ่ง ความร้อนจะทำให้เส้นเอ็น กล้ามเนื้อคลายตัวได้ ประกอบกับเลือดมีสารต่าง ๆ ที่จะไปช่วยย้ายหรือนำของเสียออกมา ถ้ามีการหมุนเวียนเลือดเมื่อไหร่ของเสียก็จะถูกนำออกมา ของดีก็จะเข้าไปแทน ซึ่งการปวด การตึง การขัด ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ดี ทำให้เกิดอาการปวดขึ้นและจะปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่มีการรักษาเกิดขึ้น

นอกจากการนวด ควรทำท่าบริหารร่วมด้วย เพื่อให้อาการปวดหายเร็วขึ้น โดย นอนหงายเท้าเหยียดตรงแล้วยกศีรษะขึ้นมองปลายเท้าตัวเอง นิ่งไว้อึดใจหนึ่ง ทำอย่างนี้ เช้า-เย็น 10 ครั้ง

รวมทั้ง ท่ายืนเขย่ง โดยถ้าปวดหลังบริเวณด้านซ้ายให้ยกขาขวาขึ้นประมาณ 90 องศา แล้วก็ค่อย ๆ เขย่งยกปลายเท้าซ้ายขึ้น ท่านี้ต้องมีที่จับมิเช่นนั้นอาจล้มได้ เขย่งอยู่อึดใจหนึ่งแล้วเอาลง ทำอย่างนี้ 10 ครั้ง เช้า-เย็น ก็จะช่วยลดอาการปวดหลังได้เช่นกัน

อีกท่าหนึ่งซึ่งเป็นท่าฤาษีดัดตนที่ดัดแปลงมา มีชื่อว่า ชูหัตถ์วาดแขน ท่านี้ก็เป็นอีกท่าหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ วิธีการคือ เริ่มจากการชูมือขึ้นเหนือศีรษะ จากนั้น ประสานมือโดยให้มือทั้งสองจับกัน ต่อมากางมือทั้งสองข้างออกข้างลำตัว และลดระดับมือลงมาจับที่บริเวณเอว กำมือทั้งสองแล้วค่อย ๆ เอาเข้าหากันนำมาวางไว้บริเวณด้านหลังที่ปวด แล้วกดหรือขยี้ไปที่เอวหรือบริเวณที่ปวด ซึ่งท่านี้จะเป็นการบริหารร่างกายตั้งแต่หัวไหล่ ไปถึงเอว ทำอย่างนี้ประมาณ 5-10 ครั้ง เช้า-เย็น อาการปวดหลังก็จะค่อยดีขึ้นตามลำดับ

การเตรียมตัวก่อนนวดห้ามรับประทานอาหารก่อนนวดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพราะเวลานวดจะเพิ่มการไหลเวียนไปที่จุดที่โดนนวด จะทำให้ท้องอืด เพราะอาหารไม่ย่อย รวมทั้งหลังนวดไม่ควรดื่มน้ำเย็นหรืออาบน้ำเย็นทันที เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นมีการหด เกร็งตัวถ้าโดนความเย็นมาก ๆ ส่งผลให้อาการปวดหลังกลับมาเป็นอีกได้ ควรรอประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงไปแล้วจึงอาบน้ำได้ และไม่ควรไปยกของหนักหลังนวดใหม่ ๆ เพราะการนวดทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เมื่อไปยกของหนักอาจทำให้กระดูกเคลื่อนที่ได้

เมื่อมีอาการปวดหลัง อย่ารอให้อาการปวดเกิดขึ้นมาก ๆ แล้วค่อยรักษา เพราะอาการปวดหลังหากเป็นไม่มาก สามารถนวดรักษาด้วยตนเองได้

การเลือกใช้ยาสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

สมุนไพร เป็นยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆและบำรุงร่างกายได้ ประเภทของสมุนไพร สมุนไพรที่ได้จากส่วนของพืชโดยตรง โดยส่วนต่างๆที่นำมานั้นมีสารที่สามารถใช้เป็นยาได้ ได้แก่ ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่น กระพี้ เนื้อไม้ เปลือกไม้ สมุนไพรที่ได้จากอวัยวะของสัตว์ ได้แก่ ตับ ดี นอ เขา เอ็น เลือด น้ำมัน มูล ฯลฯ เช่น ขี้ผึ้ง รังนก น้ำมันตับปลา สมุนไพรที่ได้จากแร่โดยธรรมชาติหรือสิ่งที่ประกอบขึ้นจากแร่ธาตุต่างๆ ตามกรรมวิธีนำมาใช้เป็นยา เช่น เกลือ กำมะถัน น้ำประสานทอง ดีเกลือ สารส้ม

ความเชื่อและการใช้สมุนไพรนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมีในตำราแพทย์ตั้งแต่สมัยกรีก อินเดีย จีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์ไทยแผนโบราณ นอกจากนี้ก็มีการศึกษาค้นคว้าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ของสมุนไพรในปัจจุบันยาต่างๆที่ใช้กันอยู่มีจำนวนไม่น้อยที่ได้มาจากสมุนไพรโดยตรง เช่น ยาแก้ปวด aspirin มาจากเปลือกไม้ของพืชชนิดหนึ่ง ยาแก้ปวด morphine ก็มาจากต้นฝิ่น ยาควินินรักษาโรคมาลาเรียก็ได้มาจากการสกัดเปลือกไม้ cinchona ยารักษาโรคหัวใจล้มเหลว digitalis ก็ได้มาจากต้น foxglove เป็นต้น

อาการปวดเนื้อเมื่อยตัว เป็นอาการที่ใครไม่อยากเป็นแต่ส่วนใหญ่มักเป็น ซึ่งจะพบในวัยทำงานขึ้นไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ เราควรหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการสำรวจร่างกายว่ามีอาการปวดส่วนไหนบ้างและควรหาวิธีแก้ปวดของแต่ละอาการเพื่อบรรเทาอาการปวด ชา ตะไคร้ สมุนไพรใกล้ตัว ที่เป็นอีกทางเลือกที่จะบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกาย ทำรับประทานได้เองที่บ้าน สมุนไพรไทยกินแล้วมีแต่ประโยชน์ไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย อย่างเช่นยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้ในวงการเเพทย์ แก้ปวด แก้เมื่อย รักษาสุขภาพโดยวิธีธรรมชาติ การใช้สมุนไพรสำหรับแก้อาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว บำรุงกำลัง เป็นภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านที่ใช้ประโยชน์ในการแก้ปวดเมื่อย แก้การอักเสบของกล้ามเนื้อ มีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบแผนปัจจุบันได้ ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบันที่มีสารสเตียรอยด์ ถือเป็นยาสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง

เทคนิคบรรเทาอาการปวดคอที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

การปวดคอนั้น เป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันเนื่องจากกิจกรรมของคนเราต้องกระทำในท่านั่ง คอจึงต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักจากศีรษะเกือบตลอดทั้งวัน อีกทั้งคอยังเป็นอวัยวะที่เคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง ไม่ว่าจะก้ม เงย เอียง และหมุน ล้วนปัจจัยที่ส่งผลให้คนเราเผชิญปัญหาปวดคอ สำหรับอาการปวดคอ ใครเป็นแล้วจะรู้สึกปวดตึงบริเวณคอ อาจร้าวไปยังบ่า สะบัก แขน เคลื่อนไหวคอได้น้อยลง บางรายมีอาการอ่อนแรงและชา แต่อาการปวดคอนั้น ไม่ได้เกิดจากการนอนผิดท่าเท่านั้น หากแต่มีหลายสาเหตุเช่น นั่งทำงานด้วยโต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่ได้ระดับสัมพันธ์กับสรีระ การเอียงคอคุยโทรศัพท์นาน นั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์นาน ชอบเงยคอเวลาขับรถ นอนคว่ำหน้า นอกจากนี้ อาการปวดคอยังเกิดได้จากภาวะข้อเสื่อม ข้ออักเสบ ที่มักพบในคนสูงวัย หรือเกิดจากภาวะเครียดทางจิตใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยปัญหาเหล่านี้มีส่วนทำให้กล้ามเนื้อคอหดเกร็งนานผิดปกติ จนปวดคอร่วมกับปวดศีรษะแถวท้ายทอย จนคอต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เอ็นและกล้ามเนื้อถูกยืดมากจนฉีก

จะทำอย่างไรเมื่อรู้สึกปวดคอ จะใช้วิธีการนำหมอนที่ใช้หนุนนอนไปตากแดดแก้เคล็ดตามความเชื่อก็อาจมีผลทางจิตใจ แต่ในทางการแพทย์แนะนำให้หยุดพักและควรประคบร้อนหรือเย็นราว 15-20 นาที ทำเครื่องพยุงคอโดยนำผ้าขนหนูม้วนให้หนา จากนั้นพันรอบคอเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวและลดแรงกดจากน้ำหนักของศีรษะ ร่วมกับการกินยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือแอสไพริน แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นก็ต้องไปพบแพทย์

สำหรับเทคนิคหรือวิธีการป้องกันการปวดคอมีดังนี้
1.โดยการบริหารกล้ามเนื้อคอเพื่อสร้างความแข็งแรง ด้วยการใช้นิ้วมือของตัวเองช่วยบริหารคอ 3 ท่า เริ่มจากท่าแรก ตั้งคอตรง ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางวางที่หน้าผากพร้อมออกแรงกดไปทางด้านหลัง ระหว่างนั้นให้เกร็งศีรษะต้านแรงดันจากนิ้วไว้
2. ตั้งคอตรง ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางวางที่ท้ายทอย จากนั้นออกแรงกดไปด้านหน้า พร้อมเกร็งศีรษะต้านแรงไว้
3.ตั้งคอตรงและใช้สองนิ้วเดิมวางบริเวณขมับด้านขวา แล้วออกแรงกดไปด้านซ้าย และเกร็งศีรษะต้านแรงไว้ เสร็จแล้วทำสลับกับด้านซ้าย โดยแต่ละท่าที่แนะนำนี้ ให้เกร็งคอค้างไว้นาน 10 วินาที ทำท่าละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 รอบ เพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ

นวัตกรรมใหม่แห่งการดูแลผิวด้วยเครื่องนวดหน้า

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงส่วนใหญ่ คือผิวหน้ามีปัญหาแห้งหรือมันเกินไป มีริ้วรอย เหี่ยวย่น มีริ้วรอยแผลเป็นจากสิว กระ ฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้า มีถุงใต้ตา ขอบตาดำ ใช้เครื่องสำอางมากในการแต่งหน้า รับสารเคมีจากมลพิษและอาหาร ความเครียด กรรมพันธุ์ นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้นับเป็นภัยคุกคามต่อผิวหน้าของคุณแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าทั่วไป เช่น ครีมทาหน้า หรือแม้แต่เซรั่มก็อาจไม่เพียงพอ เพราะผิวที่อ่อนล้าอาจทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม่ซึมซาบเข้าถึงชั้นเซลล์ผิว ใบหน้าจึงไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ มาปรนนิบัติผิวหน้าอย่างเข้มข้น ให้รู้สึกถึงใบหน้าที่เต่งตึง ยกกระชับ เปล่งปลั่ง ด้วยเครื่องนวดหน้าคุณภาพ

การเลือกใช้เครื่องนวดหน้า

เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชะลอการแก่ก่อนวัยอันควร เนื่องจากการนวดหน้าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ออกกำลังกายกล้ามเนื้อบนใบหน้าเพื่อความกระชับ นำพาสารอาหารที่เป็นประโยชน์และออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนังให้แข็งแรงขึ้น ช่วยให้ผิวพรรณได้รับสารอาหารและครีมบำรุงที่ดียิ่งขึ้น และยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายหน้าอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นสาวๆหลายคนมักจะนิยมการนวดหน้าเป็นชีวิตจิตใจเลยทีเดียว เพราะช่วยลดปัญหาด้านผิวพรรณและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ผิวดูตึงขึ้นช่วยลดขนาดของรูขุมขนที่ใหญ่ขึ้นอันเนื่องมาจากอายุที่สูงขึ้น ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น อีกทั้งช่วยทำความสะอาดคราบเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้อย่างหมดจดยิ่งขึ้น

อุปกรณ์ดูแลผิวหน้ารูปแบบใหม่

ที่ต้องใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ตั้งแต่ขั้นตอนล้าง บำรุง จนถึงมาร์กหน้า ส่วนหัวนวดจะเป็นไทเทเนียม การทำงานของเครื่องนี้จะปล่อยประจุไอออน คลื่นไฟฟ้าประจุบวกและลบที่ช่วยในการกระตุ้นเซลล์ผิว ช่วยผลักให้ผลิตภัณฑ์ซึมลึกเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง แถมยังนวดกระชับไปพร้อมกันให้สัมผัสที่อ่อนโยน ทำร้ายผิวหน้าน้อยกว่าการใช้มือปกติของเราทั้งเช็ด ทั้งทา ทั้งนวด เป็นเครื่องนวดหน้าที่ผ่านการรับรองจากต่างประเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

เครื่องนวดหน้าที่ช่วยให้ผิวหน้ายกกระชับแลดูเต่งตึง เพื่อให้ผิวหน้าได้รับการทำความสะอาดลึกในทุกรูขุมขน ขจัดสิ่งอุดตันและสิวเสี้ยนที่สะสมมานาน ทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ให้ใบหน้าของคุณสะอาดใส เปล่งปลั่ง รูขุมขนแลดูกระชับ ผิวหน้าที่อ่อนล้ากลับมาสดใสอีกครั้ง เพราะสามารถรับทุกการบำรุงได้อย่างเต็มที่

โอกาสทองของการนวดสปาไทย ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


ธุรกิจสปาคือ ธุรกิจที่เปิดการให้บริการแก่ลูกค้าด้วยศาสตร์การนวดเพื่อสุขภาพและการใช้น้ำเพื่อสุขภาพเป็นหลัก เน้นปรับความสมดุลของร่างกายและจิตใจ

สปาและการนวดของไทยถือเป็นกลุ่มงานบริการที่สามารถสร้างชื่อเสียงติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก โดยเฉพาะกับ การนวดแผนไทย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างสูงจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็น Signature ของประเทศ อย่างไรก็ดี ในวันที่เรากำลังจะก้าวเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) หลายคนคงสงสัยว่า “แล้วมันจะส่งผลอย่างไรกับภาคธุรกิจนี้ เมื่อคนในกลุ่มประเทศอาเซียนต่างเดินทางไปมาหาสู่ถึงกันได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่าย่อมเพิ่มโอกาสให้คนไทยที่ทำธุรกิจสปาได้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศซึ่งปัจจุบันบ้านเราก็ถือเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทักษะด้านการนวดระดับโลก มีโอกาสได้ไปเปิดสปาในตลาดอาเซียนนอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสในการส่งออกผลิตภัณฑ์สปา เครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับการทำสปาไปสู่ตลาดอาเซียนอีกด้วย

แนวโน้มที่คาดว่าธุรกิจสปาจะไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ อาจทำให้นักลงทุนหน้าใหม่เริ่มสนใจอยากจะเข้ามาทำธุรกิจในด้านนี้ ซึ่งการลงทุนสำหรับธุรกิจสปาต้องบอกเลยว่าเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับการทำสปา ยิ่งคุณมีความรู้หรือมีประสบการณ์จากการทำสปามากเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการบริหารธุรกิจสปาให้ประสบความสำเร็จ เพราะคุณจะมีข้อมูลในเรื่องของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับการทำสปา ซึ่งจะว่าไปแล้วผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ถ้าไม่ใช่คนที่มีความรู้เฉพาะทางหรือมีความสนใจกับการดูแลสุขภาพด้วยการทำสปาก็จะไม่มีทางรู้จักกับผลิตภัณฑ์ ไม่รู้วิธีการใช้เครื่องมือ ไม่ทราบถึงประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นกับวิธีการให้บริการทำสปาด้วยรูปแบบต่างๆ ว่าจะเป็นไปในแบบใดนอกจากนี้ก่อนที่จะลงมือทำธุรกิจสปานักฃลงทุนหน้าใหม่ยังต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนซะก่อนว่าต้องการทำสปาประเภทใดมุ่งตอบสนองลูกค้ากลุ่มใดคนไทยหรือชาวต่างชาติ กำหนดเป้าหมายให้แน่นอน อาจตั้งสมมติฐานว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีความคาดหวังอะไรจากบริการสปาบ้าง นำไปสู่การเขียนแผนธุรกิจสปาให้ชัดเจน

อย่าลืมหัวใจของ การทำธุรกิจสปา
เจ้าของธุรกิจสปาต้องมีความรักในงานบริการอย่างสูงที่สุด เพราะนี่คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจสปาให้สำเร็จ ต่อให้คุณมีความรู้เกี่ยวกับการทำสปา มีความรู้ด้านภาษาในการรองรับลูกค้าชาวต่างชาติ มีความใส่ใจ พิถีพิถันกับสมุนไพรที่ใช้ มีความรักในการดูแลรักษาสุขภาพ แต่คุณขาดความอดทนกับการให้บริการ ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจสปาจะเป็นศูนย์ทันที การที่ธุรกิจสปาในประเทศไทยกำลังมาแรง ดังเห็นได้จากเป็นธุรกิจที่สร้างชื่อเสียงของสปาอันดับ 1 ในเอเชียมาแล้วระยะหนึ่งนั้นไม่ได้เป็นเพราะได้รับผลประโยชน์จากกระแสการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะด้วยอุปนิสัย ความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยที่ชาวต่างชาติต่างนิยมชมชอบ